ภาษาไทย
เข้าสู่ระบบ!! บทความ


สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 13/08/2550
ปรับปรุงเวบเมื่อ 18/11/2560
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 8148


หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (8148)
 ในหลวง เชื้อพระวงค์ (300)
 ธนบัตร เหรียญกษาปณ์ ยอดนิยม (100)
 สร้อยหินมหามงคล สร้อยหินมหัศจรรย์ สร้อยหินบำบัด
 ร่วมทำบุญ และเปิดจองพระใหม่ (30)
 ชุดปฏิบัติธรรม-เดคูพาจ-ชุดสังฆทาน (30)
 สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช (100)
 ท้าวเวสสุวรรณ-ท้าวเวสสุวัณ-พระราหู (170)
 พระพิฆเนศวร์ (95)
 พระสีวลี-พระสังกัจจายน์-พระสุนทรีวาณี (30)
 พระพุทธชินราช-พระแก้วมรกต-หลวงพ่อโสธร (280)
 หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน (1840)
 หลวงพ่อทวด เหยียบน้ำทะเลจืด (1440)
 หลวงปู่เจือ-ลพ.พร-ลพ.สืบ-ลพ.สัญญา (300)
 เหรียญเจ้าสัว ยอดนิยม (70)
 เบี้ยแก้ ตำรับวัดนายโรง และวัดกลางบางแก้ว (460)
 หลวงปู่เอี่ยม-ลป.วาส-อจ.แว่น วัดสะพานสูง (500)
 หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ (130)
 พระเครื่องสุดยอดนิยมราคาประหยัด (10)
 พระบูชา (40)
 พระรูปหล่อ-รูปเหมือน (150)
 พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์ (320)
 พระปิดตา ยอดนิยม (520)
 พระสมเด็จ ยอดนิยม (380)
 พระหยก พระหินหยกแกะ พระเนื้อผง (60)
 พระเหรียญ ยอดนิยม (300)
 ตะกรุด (150)
 ผ้ายันต์-เสื้อยันต์ (30)
 มีดหมอ (60)
 พญาครุฑ (55)
 เครื่องราง-เสือ-หนุมาน-แพะ-น้ำเต้า (350)
 พระเครื่องล้ำค่า หาดูยาก (6)
 กล้องส่องพระ (2)
 สายสร้อย แหนบ ฮุก ตะขอคล้องพระ (40)
 ตลับเงินใส่พระ (4)
 จตุคามรามเทพ (5)
 ล็อกเก็ตพระเกจิ (15)



จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ










ติดต่อ สิริถาวร พระเครื่อง โทร 081-6281999 

LINE ID : sirithaworn

FACEBOOK : สิริถาวร พระเครื่อง jramulet.com

****

ทางร้านเปิดบริการทุกวันไม่มีวันหยุด 

เรียนเชิญติดต่อเข้ามาได้ครับ

****

ลูกค้าที่จะติดต่อเข้ามา 

กรุณาติดต่อทาง LINE และ FACEBOOK จะสะดวกที่สุดครับ

หากเป็น Mail บางครั้งเปิดอ่านไม่ได้ จึงไม่สามารถตอบครับ

****

เนื่องจากพระเครื่องในร้านมีจำนวนมากกว่า 8,140 รายการ 

<<< คลิกดูพระเครื่องที่ท่านสนใจ.ในหมวดหมู่สินค้า/บริการทางด้านซ้ายมือได้ครับ

***

บริการส่งถึงบ้านท่านด้วยพระเครื่องและเครื่องรางยอดนิยม

พระทุกองค์แท้ ดูง่าย และคัดสวย

ในราคายุติธรรม มีความซื่อสัตย์เป็นที่ตั้ง

บริการรวดเร็ว สะดวก ประทับใจ

โทรมาซิครับ 081-6281999

LINE ID : sirithaworn

 

หากท่านต้องการเช่าพระ กรุณาโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร ดังนี้

1. ธนาคารกรุงเทพ เลขบัญชี 101-8-25559-4

ในนาม นายถาวร พึ่งมา บัญชีออมทรัพย์ 

สาขาสีลม 

2. ธนาคารกสิกรไทย เลขบัญชี 470-2-49647-6

ในนาม นายถาวร พึ่งมา บัญชีออมทรัพย์ 

สาขาถนนแจ้งวัฒนะ 

3. ธนาคารกรุงไทย เลขบัญชี 147-0-16125-7

ในนาม นายถาวร พึ่งมา บัญชีออมทรัพย์ 

สาขาเมืองทองธานี 

4ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขบัญชี 376-2-24931-2 

ในนาม นายถาวร พึ่งมา บัญชีออมทรัพย์ 

สาขาบิ๊กซี แจ้งวัฒนะ 2 

5. โอนผ่าน บัญชีพร้อมเพลย์ ใช้เบอร์โทร 0816281999

(โอนฟรีค่าธรรมเนียมทุกตู้ ทุกธนาคาร)

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนด้วยดีมาตลอด

 

บทความ
พระปิดตา และตะกรุด หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง (อ่าน 23621/ตอบ 0)

 

 

ประวัติหลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง จ.นนทบุรี

หลวงปู่เอี่ยม ปฐมนามฺ ( อ่านว่า ปะถะมะนามะ หรือ ปถมนาม ) หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ประชาชนทั้งสองฝั่งเม่น้ำเจ้าพระยา และนักเลงพระเครื่องทั่วประเทศ ต่างร้องอ๋อทันที ทั้งนี้เพราะพระเครื่องและตะกรุดของท่านเป็นที่เลื่องลือ ในพุทธานุภาพอย่างยิ่ง

ท่านสร้างพระปิดตา และตะกรุดโสฬสมงคลไว้ ซึ่งปัจจุบันสุดแสนจะหายากยิ่ง ราคาเช่าหาแพงลิบลิ่วนับหมื่น นับแสน นับล้านบาท ผู้ใดมีวัตถุมงคลของท่านติดตัวไว้ก็เปรียบเสมือน มี “เกราะป้องกันอย่างแน่นหนา”ไม่มีสรรพสิ่ง หรือคมอาวุธใดๆมาทำร้ายได้ หลายท่านก็รู้และประจักษ์กันมาเป็นอย่างดี ดังนั้นวัตถุมงคลของหลวงปู่เอี่ยมจึงประดุงดัง “เพชรน้ำเอก” อันล้ำค่ายิ่ง

หลวงปู่เอี่ยม ปฐมนามฺ ท่านเป็นชาวปากเกร็ดโดยกำเนิด เกิดที่บ้านแหลมใหญ่ ข้างวัดท้องคุ้ง ปากคลองพระอุดม อ.ปากเกร็ก จ.นนทบุรี ท่านเกิดในรัชกาลที่ 2 ปีฉลู พ.ศ. 2359 บิดาชื่อ นายนาคและนางจันทร์ โดยมีพี่น้องรวมกัน ทั้งหมด 4 คน คือ
1. หลวงปู่เอี่ยม
2. นายฟัก
3. นายขำ
4. นางอิ่ม

หลวงปู่เอี่ยม ท่านเป็นพี่ชายคนโต ด้วยอุปนิสัยที่ชอบไขว่คว้าหาความรู้รักการเรียน ดังนั้นท่านจึงศึกษาหาความรู้มาแต่วัยเด็ก โดยเฉพาะทางด้านวิปัสสนากรรมฐาน

เมื่อย่างเข้า 22 ปี ท่านได้สละกิเลส ด้วยการบวชเป็นพระภิกษุ เมื่อปี พ.ศ.2381 ที่วัดบ่อ ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด (วัดบ่อนี้อยู่ติดกับตลาดในท่าน้ำปากเกร็ด) เมื่อหลวงปู่เอี่ยมอุปสมบทได้ประมาณ 1 เดือนก็ได้ย้ายไปจำพรรษาอยู่ที่วัดกัลยาณมิตร ,วัดประยูรวงศาวาส,วัดนวลนรดิศ รวมแล้ว 15 พรรษา

การฝึกวิปัสสนากัมมัฏฐานของท่านบรรลุเป้าหมาย ภายหลังญาติโยมและด้วยชาวบ้านต่างพากันเดินทางไปนิมนต์ให้ท่านกลับภูมิลำเนาเดิม ท่านจึงย้ายกลับมาจำพรรษาอยู่ที่วัดสะพานสูง อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ในพ.ศ.2396

วัดสะพานสูงเดิมมีชื่อว่า “วัดสว่างอารมณ์” สาเหตุที่เปลี่ยนชื่อวัด ก็ในคราวที่ สมเด็จกรมพระยาวชิญาณวโรรส วัดบวรนิเวศวิหาร ได้เสร็จไปตรวจการคณะสงฆ์ได้เสด็จขึ้นที่วัดสว่างอารมณ์นี้ ได้ทอดพระเนตรเห็นสะพานสูงข้ามคลองหน้าวัด (คลองพระอุดมปัจจุบันนี้) ชาวบ้านแถบนั้นเรียกกันว่า วัดสะพานสูง จนติดปาก สมเด็จกรมพระยาวชิรญาณวโรรสทรงเห็นว่า สะพานสูงนี้ก็เป็นนิมิตดีประจำวัดประการหนึ่ง และอีกอย่างหนึ่งชาวบ้านก็เรียกกันติดปากว่าวัดสะพานสูง จึงได้ประทานเปลี่ยนชื่อจากวัดสว่างอารมณ์ มาเป็น “วัดสะพานสูง” จนทุกวันนี้
หลวงปู่เอี่ยม จำพรรษาอยู่ที่วัดสะพานสูงตลอดมา จนกระทั่งท่านมรณภาพลงด้วยโรคชรา เมื่อ พ.ศ.2439 รวมสิริอายุได้ 80 ปี บวชได้ 59 พรรษา

ขณะที่หลวงปูเอี่ยม ได้มาอยู่วัดสะพานสูงนั้นท่านชอบจะออกเดินธุดงค์เสมอ ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ,ภาคใต้ ภาคตะวันออกและภาคตะวันตก โดยเฉพาะทางภาคอีสานและภาคตะวันออก ท่านได้เดินธุดงค์เข้าไปในประเทศลาว และเขมร ทางภาคตะวันตกท่านเดินธุดงค์ไปในเขตลุ่มแม่น้ำสาละวิน ประเทศพม่า ท่านต้องผจญกับความยากลำบาก ความอดอยากหิวโหย ทั้งผีป่า ผีดงและสัตว์ร้ายนานัปการ ท่านก็สามารถฟันฝ่าอุปสรรคเหล่านั้นไปได้ด้วยดี

หลวงปู่เอี่ยม มีกระแสจิตที่แก่กล้า การออกธุดงค์ในแต่ละคราวแตกต่างจากพระรูปอื่นๆ คือ ท่านออกธุดงค์คราวหนึ่งจะเป็นปี สองปี ติดต่อกัน บางครั้งหายไปในป่าหลายปีโดยมีลูกวัดติดตามไปด้วย แต่หลวงปู่เอี่ยมจะให้ลูกวัดออกเดินทางล่วงหน้าไปก่อน 6-7 ชั่วโมง แล้วค่อยนัดพบที่แห่งใดแห่งหนึ่ง แล้วท่านได้ไปพบท่านชีปะขาวซึ่งเป็นคนเขมร มีชื่อว่า จันทร์ หลวงปู่เอี่ยม จึงได้เรียนวิชาอิทธิเวทย์ จากท่านอาจารย์ผู้นี้อยู่หลายปี จนกระทั่งชาวบ้านแหลมใหญ่นึกว่าหลวงปู่เอี่ยมออกธุดงค์ไปคราวนี้ ได้ถึงแก่มรณภาพไปแล้ว เนื่องจากท่านไม่ได้กลับมาที่วัดหลายปี ชาวบ้านจึงได้ทำสังฆทานแผ่ส่วนกุศลไปให้ หลวงปู่เอี่ยมทราบในญาณของท่านเอง จนบรรดาญาติโยมและคณะกรรมการวัดนึกว่าท่านเสียชีวิตไปแล้ว “ แต่จู่ๆท่านก็กลับมาที่วัดในสภาพผมยาว หนวดเครารุงรัง” จนชาวบ้านแถบนั้นจำท่านไม่ได้ บางคนคิดว่าเป็นคนเสียจริตมา หลวงปู่เอี่ยมได้ไปเป็นเวลานาน และอยู่ในป่าจึงปรากฏว่าท่านหลวงปู่เอี่ยมท่านไม่ได้ปลงผม ผมท่านยาวมาก ยาวจนมาถึงบั้นเอว ส่วนจีวรก็ขาดรุ่งริ่ง หนวดท่านยาวเฟิ้มพร้อมมีสัตว์ป่าติดตามท่านเช่น เสือ, หมี , และงูจงอาง เป็นต้น เมื่อทราบว่าเป็นหลวงปู่เอี่ยม ต่างก็ดีอกดีใจกันใหญ่ ท่านเป็นพระที่มีวิชาความรู้แก่กล้า จนยากที่จะหาใครเสมอเหมือน พระเครื่องและตะกรุดของท่านจึงเป็นที่นิยม

ในวันที่หลวงปู่เอี่ยมท่านจะมรณภาพ ตรงกับวันอาทิตย์ ขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๙ พ.ศ.2439 เวลาประมาณ 11.00 น. นายหรุ่น แจ้งมา บ้านอยู่แหลมใหญ่ ซึ่งเป็นผู้ปรณนิบัติใกล้ชิดได้กราบเรียนหลวงปู่ว่า.. “ท่านพระอาจารย์มีอาการเต็มที่แล้ว เกรงว่าจะไม่ฟื้น ถ้ามีอะไรดีได้กรุณาให้ศิษย์ไว้เป็นครั้งสุดท้าย” คำตอบที่ได้รับจากหลวงปู่เอี่ยมมีเพียงว่า “ถ้ามีเหตุสุขทุกข์เกิดขึ้นให้ละลึกถึงชื่อฉันก็แล้วกัน”

ในปัจจุบัน นี้มักจะใช้คำว่า “ถ้ามีสุข มีทุกข์ เกิดขึ้น ให้ระลึกถึงชื่อเรา”

การสร้างพระปิดตา

การที่ท่านออกเดินธุดงค์ไปตามที่ต่างๆนั้น ท่านได้รวบรวมว่านไว้จำนวนมาก และว่านเหล่านี้ได้ถูกนำมาบดผสมกับผงสร้างเป็น “พระปิดตา”อันลือชื่อ อาจกล่าวได้ว่าเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งในพระของหลวงปู่เอี่ยม และวัตถุมงคลวัดสะพานสูงสืบต่อมา รูปแบบพิมพ์พระหลวงปู่เอี่ยมท่านสร้างพระปิดตาขึ้นเอง โดยไม่ลอกเลียนแบบจากใคร รูปแบบพิมพ์พระมีลักษณะเหมือนกับ “ว่าวจุฬา เศียรและแขนและเข่ามนกลม” มีขนาดใหญ่ และเล็กแตกต่างกันไป

พิมพ์พระโดยมากจะออกใหญ่และล่ำสัน พุทธลักษณะมองดูสวยงามมีความซึ้งตาไปอีกแบบหนึ่ง คนรุ่นเก่านิยมเรียก พระแดตาหลวงปู่เอี่ยมว่า “พิมพ์จุฬาใหญ่และพิมพ์จุฬาเล็ก” แต่ในวงการพระเครื่องได้เปลี่ยนชื่อ เรียกว่า “พิมพ์ชะลูด” และ “พิมพ์ตะบาบ” โดยมองไปที่ขนาดและรูปพิมพ์พระนั่นเอง

หลายท่านยังเข้าใจผิดว่า “พระปิดตา หลวงปู่เอี่ยม” มีจำนวนมากมายหลายรุ่น แต่ความจริงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เนื่องจากท่านเป็นพระที่มีวาจาสิทธิ์และกระแสจิตแก่กล้ายิ่ง ดังนั้นการจะสร้าง เป็น “พระปิดตา และเครื่องราง” จึงไม่มีพิธีรีตองอะไร ท่านใช้วิธีทำไปปลุกเสกไป แจกไป ทีละเล็ก ทีละน้อย จึงไม่ได้สร้างไว้เป็นรุ่นๆ คราวละมากๆอย่างที่หลายๆท่านเข้าใจ พระที่เหลือจากแจกท่านจะเก็บ และปลุกเสกต่อ ทำอย่างนี้ตลอด เกิดถ้าใครเอาพระไปให้หลวงปู่ดูและถามว่าพระองค์นี้สร้างรุ่นๆไหน? หลวงปู่เองก็ตอบไม่ถูกเพราะท่านไม่ได้สร้างพระเป็นรุ่นๆ กับเขาสักที สิ่งที่หลวงปู่เอี่ยมพูดเสมอๆ “พระของฉันเก็บไว้ให้ดีต่อไปจะหายาก” เหตุการณ์เป็นจริงดังที่ท่านได้กล่าวไว้ทุกประการ

มวลสารสร้างพระ
1.ว่าน ๑๐๘ ชนิด
2.ผงพระพุทธคุณที่ได้จากการลงเลขยันต์
3.ชันยาเรือ
4.น้ำมันตั้งอิ๊ว

วัดสะพานสูงหรือวัดสว่างอารมณ์ ตั้งอยู่ใกล้ริมคลองพระอุดม การสัญจรไปมาสมัยก่อนใช้เรือเป็นส่วนใหญ่รวมไปถึงการออกบิณฑบาตของพระภิกษุ ในทุกๆปี ก่อนออกพรรษา หลวงปู่เอี่ยมจะให้พระลูกวัดนำเรือเก่ามาขึ้นคาน เพื่อทำการขูดชันยาเรือเก่าออกให้หมด จากนั้นจึงจัดแจงยาชันใหม่เพื่อกันเรือรั่ว เนื้อชันเก่าที่ขูดออกนั้นถูกเก็บและนำมาบด ผสมสร้างเป็น พระภควัมบดีหรือพระปิดตา เมื่อท่านนำมาเข้าแว่นขยายละแลเห็นลักษณะชองชันชัดเจน

พระปิดตาหลวงปู่เอี่ยมแบ่งได้ 2 ประเภทคือ
1.พระปิดตาประเภทเนื้อผงคลุกรัก ที่มีทั้งปิดทอง และไม่ปิดทอง
2.พระปิดตาประเภทเนื้อผงจุ่มรัก ส่วนมากมิได้ปิดทองไว้ พระปิดตาชนิดเนื้อเปลือย ไม่ลงรักก็มีบ้างไม่มากนัก

แบบพิมพ์พระปิดตา ลักษณะพิมพ์พระปิดตาแบ่งได้ 3 ชนิดใหญ่ๆดังต่อไปนี้
1.แบบพระปิดตาทั่วๆไป เช่นพระปิดตาพิมพ์ชะลูด ,พระปิดตาพิมพ์ตะพาบ ,พระปิดตาพิมพ์หน้าใหญ่
2.พระปิดตาพิมพ์พนมมือ คือใช้มือสองข้าง ยกปิดหน้าลักษณะคล้ายพนมมือไหว้ ที่พบมีทั้งแบบพิมพ์สองหน้า และแบบพิมพ์หน้าเดียว
3.พระปิดตาพิมพ์ 2 หน้า ซึ่งมีทั้งพิมพ์พนมมือ และแบบพิมพ์ธรรมดา

พระปิดตารุ่นแรกนั้นสันนิษฐานว่าท่านทำขึ้นเพื่อสร้างพระอุโบสถ พิมพ์ที่เราเรียกว่า “พิมพ์ชะลูด"”  จะมีความงดงามและจัดเป็นพิมพ์นิยม สูงเล็กและเพรียวกว่าพิมพ์ตะพาบ จุดสำคัญให้สังเกตที่พระหัตถ์หรือมือที่ยกปิดตา ถ้าใช้กล้องส่องดูจะเห็นรอยนิ้ว พิมพ์ชะลูดจะยกข้อพระกรขึ้นสูงกว่าพิมพ์ตะพาบ ข้อศอกขององค์พระจะเป็นลำศอกเว้าเข้าหาบั้นเอว พระอุทร (ท้อง) พลุ้ย และมีสะดือ พระเพลา (หน้าตัก) นั่งแบบขัดสมาธิราบ เท้าขวาทับเท้าซ้ายในลักษณะเฉียงขึ้นด้านบนเล็กน้อย ไม่เป็นเส้นขนานเหมือนของลูกศิษย์ท่าน อย่างเช่น หลวงปู่กลิ่น และหลวงปู่สุข ส่วนด้านหลังจะโค้งมนดูเผินๆ เหมือนตุ๊กตา ปราศจากลวดลายใดๆ

 ส่วน “พิมพ์ตะพาบ” องค์จะล่ำสันเทอะทะใหญ่คล้ายตะพาบน้ำ ศอกชิดกับพระเพลา เข่าวางกว้างกว่าพิมพ์ชะลูด ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือพระปิดตาของท่านเป็นพิมพ์ประกบหน้าหลังรวม 2 ชิ้น จึงจะปรากฏตะเข็บด้านข้างให้เห็นเกือบทุกองค์ และพบว่ามีบรรจุไว้ในพระเจดีย์ฐาน 3 ชั้นที่ท่านสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2439 ก่อนที่ท่านจะมรณภาพถึงสามหม้อทะนานใหญ่ๆ เนื้อพระปิดตาหลวงปู่เอี่ยมจะเป็นเนื้อผงพุทธคุณ มาจากการลบพระคาถาพระยันต์อิติปิโส พระยันต์ไตรสรณาคม และพระยันต์โสฬสมหามงคล รวมกับว่าน รากไม้ ที่ทรงคุณทางเมตตามหานิยม คลุกเคล้ากับรัก สีจะออกเป็นสีมะขามเปียก มีความหนึกนุ่ม เมื่อส่องดูเนื้อจะเห็นว่านดอกมะขามซึ่งอาจจะเป็นชาดสีแดงๆ กระจายอยู่ทั่วองค์พระ มีพบเนื้อเป็นสีขาวบ้างแต่มีน้อย ลักษณะจะขาวนวลเหมือนผงน้ำมัน แต่ไม่เยิ้ม มีคราบสีขาวๆ กระจายอยู่ทั่วไป ซึ่งพระปิดตารุ่นลูกศิษย์ท่านคือ หลวงปู่กลิ่น นิยมสร้าง แต่เนื้อจะออกขาวเหลือง และความแห้งยังผิดกัน เมื่อทำเป็นองค์พระแล้วมักจะทาหรือชุบน้ำรักอีกชั้นหนึ่ง ด้วยสูตรรักของท่านเองที่ผิดกับคณาจารย์ท่านอื่นๆ หลวงปู่เอี่ยมท่านขึ้นชื่อทางวิปัสสนาธุระ หรือกัมมัฏฐาน กิตติศัพท์ท่านลือเลื่องไปทั่วทั้งพระปิดตาและตะกรุด 

การสร้างตะกรุดมหาโสฬสมงคล

ตะกรุดมหาโสฬสมงคล หลวงปู่เอี่ยม เป็นที่ยอมรับกันว่า เป็น “สุดยอดตะกรุด” ที่ไม่มีพระเกจิอาจารย์ใดเสมอเหมือน หาได้ยากยิ่งกว่าเพชรเสียอีก หลวงปู่เอี่ยมสร้างตะกรุดท่านด้วย “ยันต์โสฬสมงคล” การลงแผ่นเงิน และแผ่นตะกั่วถ้ำชา แผ่นทองแดงแต่ละครั้งนั้น ท่านจะลงเหล็กจารด้วยมือท่านเอง ด้วยสมาธิอันแน่วแน่ เมื่อลงเหล็กจารแล้วจะปลุกเสกซ้ำอีกครั้งก่อนที่จะแจกจ่ายให้ลูกศิษย์ไปใช้

การสร้างตะกรุดแต่ละครั้งต้องใช้เวลายาวนาน ตะกรุดที่ท่านสร้างครั้งแรกๆจึงทำมาจาก “เนื้อตะกั่วถ้ำชา” เป็นหลัก เมื่อมีผู้รับนำไปใช้ผลปรากฏว่ายิงไม่เข้า เกียรติคุณหลวงปู่เอี่ยมจึงเป็นที่ร่ำลือ จนมีผู้นำแผ่นเงิน และแผ่นทองแดงไปให้ท่านหลวงปู่เอี่ยมลงอักขระเลขยันต์ เป็นจำนวนมาก ท่านก็เมตตาลงให้ทุกคนโดยไม่เลือกชั้นวรรณะ ชื่อเสียงเกียรติคุณ ก็ยิ่งปรากฏมากขึ้นเป็นลำดับ

ชนิดของตะกรุด
หลวงปู่เอี่ยม ท่านสร้างตะกรุดไว้ แบ่งได้ 3 ชนิดคือ
1.ชนิดที่สร้างด้วยเนื้อตะกั่วถ้ำชา มีทั้งถักเชือกและไม่ถักเชือก ตะกรุดบางดอกพอกรักด้วย
2.ชนิดที่ทำจากแผ่นเงินมีทั้งถักเชือกพอกด้วยรักหรือจุ่มรักก็มี
3.ชนิดที่สร้างมาจากแผ่นทองแดง ที่พบเห็นมีทั้งถักเชือกและพอกรักหรือจุ่มรัก

ลักษณะตะกรุด
ก่อนที่หลวงปู่เอี่ยม ท่านจะม้วนตะกรุด แผ่นเงินหรือแผ่นทองแดง ท่านจะตัดมุมของแผ่นโลหะ ทั้ง 4 มุมแล้วทำการม้วนอย่างประณีต รูของตะกรุด สำหรับร้อยเชือกมีขนาดเล็ก หลังม้วนแล้วถักด้วยเชือกหุ้มทับอีกชั้นหนึ่ง ระหว่างถักเชือกจะใช้ผงพุทธคุณโรยไว้ตามร่องเชือกก่อนจะนำไปจุ่มรักอีกครั้ง ดังนั้นตะกรุดหลวงปู่เอี่ยม เมื่อใช้กล้องส่องดูจะเห็นผง คล้ายผงพระปิดตาติดอยู่ตามเกลียวเชือก เชือกที่ถักหุ้มนั้นจะมีลวดลายเดียว คือถักเป็นเกลียวแบบเชือกปอ ขนาดของตะกรุดมีตั้งแต่ 3 – 5 นิ้ว

ตะกรุดหลวงปู่เอี่ยมนอกจากจะทำแจกให้คนทั่วไปแล้ว ท่านยังทำตะกรุดสำหรับตัวท่านใช้เอง สมัยยังมีชีวิตอยู่นั้น ท่านคาดตะกรุดติดตัว 1 ดอก ที่สร้างจากแผ่นเงินถักเชือก และสั่งความเอาไว้ว่า “เมื่อท่านเสียชีวิตไปแล้ว ตะกรุดดอกนี้ขอให้ตกทอดเป็นของเจ้าอาวาสองค์ต่อไป เมื่อเจ้าอาวาสรับผิดชอบอยู่เสียชีวิต ก็มอบให้กับเจ้าอาวาสองค์อื่นๆสืบต่อกันเรื่อยไป ห้ามมิให้ผู้หนึ่งผู้ใดนำไปเป็นสมบัติส่วนตัว” สมัยหลวงปู่สุข(พระครูนนทกิจโสภณ) อดีตเจ้าอาวาสองค์ก่อนมีชีวิตอยู่ คุณดิเรก ถึงฝั่งได้สอบถามหลวงปู่สุข ถึงตะกรุดหลวงปู่เอี่ยมที่เป็น “มรดกตกทอด” เสมอๆ ว่ามีอยู่จริงหรือไม่ ซึ่งหลวงปู่ก็บอกว่ามีอยู่จริง แต่มิได้นำไปให้ใครชม คุณดิเรก ถึงฝั่ง เป็นศิษย์ที่ใกล้ชิดกับหลวงปู่สุขมากจึงได้เห็นและถ่ายภาพไว้ ....

พุทธคุณ

พระภควัมบดีหรือพระปิดตา และตะกรุดหลวงปู่เอี่ยม นอกจากจะพบว่ามีพุทธคุณทางแคล้วคลาดคงกระพันชาตรีแล้ว ยังให้ผลทางด้านเสน่ห์ เมตตามหานิยมด้วย ชาวบ้านหรือใครที่ได้รับพระปิดตาและตะกรุดของหลวงปู่ไปแล้ว มีความเชื่อมั่นและยึดมั่นเป็นอย่างยิ่ง ระยะนั้นเสือปล้น และนักเลงชุกชุมมาก แต่ชาวบ้านหาได้เกรงกลัวไม่ ถ้าถูกปล้นจี้ก็จะจับอาวุธเข้าสู้ เมื่อโดนยิงแล้วไม่เข้า ยิ่งได้ใจใหญ่ท้ายที่สุดขุนโจรมีอันต้องล่าถอยไปเอง ด้วยบารมีหลวงปู่เอี่ยม

ส่วนผู้ที่ไม่มีพระปิดตาหรือตะกรุดหลวงปู่เอี่ยมติดตัวเลย ก็สามารถแคล้วคลาดได้เช่นกัน ขอเพียงแต่ระลึกถึงและเอ่ยนามท่านเท่านั้น มีตัวอย่างให้เห็นมาแล้ว

ประสบการณ์ผู้ใช้พระปิดตา และตะกรุดหลวงปู่เอี่ยมมีมากหลายคราวไม่สามารถนำมาเขียนถึงได้หมด จึงขอนำเอาเหตุการณ์สำคัญๆมาเล่าสู่กันฟัง ที่ผู้คนเมืองนนท์ต่างทราบกันดีคือ..

“เสือเพี้ยน แดงสังวาล” พอผู้คนได้ยินชื่อเสือเพี้ยน ผู้มีประวัติเป็นที่น่าเกรงขามของชาวบางบัวทอง และอำเภอปากเกร็ดมาก เสือเพี้ยนอยู่บ้านบางพลับ ต.คลองข่อย อ.ปากเกร็ดจ.นนทบุรี เคยถูกเจ้าหน้าที่ปราบปรามหลายหน แต่เสือเพี้ยนสามารถหลุดรอดเงื้อมมือของเจ้าหน้าที่ไปได้ทุกครั้ง ก็ด้วยบารมีตะกรุดหลวงปู่เอี่ยม ทุกครั้งที่จนมุม เสือเพี้ยนก็รอดตายจากอาวุธปืนได้ตลอด จนผู้คนกล่าวว่า “เสือเพี้ยนหนังเหนียวและหายตัวได้”ทางเจ้าหน้าที่ได้พยายามทุกวิถีทางที่จะจับเสือเพี้ยนให้อยู่มือไม่ว่าจะจับเป็นหรือจับตายก็ตาม

ผู้มีบทบาทสำคัญในการปราบปรามเสือเพี้ยน คือ “นายสุพจน์ ถึงฝั่ง” ผู้ทำหน้าที่ปลัดอำเภอบางบัวทองในในขณะนั้น ปลัดสุพจน์ ก็คือบิดาของคุณดิเรก ถึงฝั่ง เป็นปลัดมือปราบที่ไม่เคยกลัวเสือเพี้ยน หรือเสือใดๆทั้งสิ้น ที่ถือว่ามีตะกรุดและพระปิดตาหลวงปู่เอี่ยมเช่นเดียวกัน และเปิดฉากดวลปืนกับเสือเพี้ยนในระยะไม่เกิน 10 เมตร ท้ายที่สุดเสือเพี้ยนเองเป็นฝ่ายล่าถอย วิ่งหนีกระเซอะกระเซิงไป เป็นที่แปลกใจของทั้งปลัดสุพจน์ และเสือเพี้ยน ซึ่งต่างก็ไม่ถูกกระสุนปืนด้วยกันทั้งคู่

ด้านเสือเพี้ยนเมื่อโดนปราบปรามหนักเข้า จนต้องหนีวนเวียนไปตามสวน เขตอำเภอบางบัวทองและอำเภอปากเกร็ด เมื่อทางการสืบทราบว่าเสือเพี้ยนหลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ที่บ้านนายลี อยู่ที่ตำบลลำโพ อ.บางบัวทอง นายบุรี พรหมลักษณ์โณ นายอำเภอบางบัวทองในสมัยนั้น สั่งการให้ท่าน ปลัดสุพจน์ ถึงฝั่ง คู่รักคู่แค้นเสือเพี้ยน ออกไปปราบปรามทันที ปลัดสุพจน์นำกำลังแบ่งเป็น 3 สายดังนี้

สายแรกนำโดยนายสุพจน์ ถึงฝั่ง พร้อมตำรวจอีกหลายนาย สายที่สองคือสายของปลัดฉาย จันทร์โอฬาร สายที่สามนำทีมโดยนายนุรี พรหมลักษณ์โณ นายอำเภอเอง เข้าปิดล้อมบ้านนายลี รอจนกระทั่งรุ่งเช้าฟ้าสางจึงบุกเข้าจับ โดยที่ปลัดสุพจน์เป็นผู้คลานเข้าไปหาเสือเพี้ยนจนเกือบถึงตัว พร้อมประกาศให้เสือเพี้ยนยอมจำนนแต่โดยดี เสือเพี้ยนไม่ยอม ฮึดสู้ใช้ปืนเมาเซอร์ยิงใส่ปลัดสุพจน์ เมื่อเหตุการณ์เป็นดังนี้ ปลัดสุพจน์จึงใช้สัญญาณยิงตอบได้ อาวุธปืนพระราม 6 กระบอกจากตำรวจหันปากกระบอกเข้าใส่เป้าหมายที่เสือเพี้ยน เสียงปืนยิงโต้ตอบกันสนั่นหวั่นไหว เมื่อสิ้นเสียงปืนปรากฎว่าเสือเพี้ยนไม่ได้โดนกระสุนของเจ้าหน้าที่แม้แต่นัดเดียว เป็นที่น่าอัศจรรย์ ท้ายที่สุดก็เห็นเสือเพี้ยนวิ่งหนีไปต่อหน้าต่อตา ท่ามกลางห่ากระสุนที่ยิงไล่หลังเสือเพี้ยนไปเป็นห่าฝน แต่ไม่มีใครยิงถูกเสือเพี้ยนสักคน โดยเฉพาะท่านปลัดสุพจน์ที่ใช้ปืนกลมือทอมสัน ยิงเสือเพี้ยนจนกระสุนหมดไป 60 นัด กระสุนหาถูกเสือเพี้ยนไม่ ปลัดสุพจน์เองก็งงที่ยิงอย่างไรก็ยิงไม่โดนทั้งๆที่วิ่งไล่ยิงไปห่างกันไม่ถึง 10 เมตรแล้วอย่างนี้ถ้าไม่พูดว่าเป็นเพราะบารมีตะกรุดที่คาดเอวเสือเพี้ยนของหลวงปู่เอี่ยมเป็นเหตุ ก็ไม่ทราบจะกล่าวอย่างไร เรื่องราวนี้ถูกบันทึกไว้เป็นประวัติของชาวเมืองนนทบุรี มาจนทุกวันนี้

เสือเพี้ยน เมื่อฝ่าวงล้อมเจ้าหน้าที่มาได้ ก็หนีไปกบดานซ่อนตัวที่บางกระบือ แต่ตำรวจไม่ลดละความพยายามสืบจนรู้ ร.ต.ท.ชุบ ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้บังคับกองอยู่ที่ สภ.อ.ปากเกร็ด นำกำลังบุกจู่โจมจับเสือเพี้ยนได้โดยละม่อมขณะนอนหลับอยู่ในมุ้ง แล้วใช้มีดตัดสายตะกรุดคาดเอวออก เสือเพี้ยนจึงสิ้นฤทธิ์ ถูกนำตัวส่งไปดำเนินคดี ยัง สภ.อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

ต่อมาเสือเพี้ยนถูกเจ้าหน้าที่นำตัวไปทำแผนที่วัดเสาธง โดยทางเรือ ขาไปเสือเพี้ยนนั่งเอ้เต้ ในเรือจ้างโดยมีเจ้าหน้าที่แจวเรือให้เสือเพี้ยนนั่ง ขอขากลับเสือเพี้ยนถูกมัดมือลากมาสายน้ำ จนในที่สุดเสือเพี้ยนก็จบชีวิตลง คงเหลือแต่ความทรงจำในอดีต อันเป็นประวัติเล่าตกทอดให้คนรุ่นหลังๆได้ศึกษาเท่านั้น

ปัจจุบันหลวงปู่เอี่ยมมรณภาพไปแล้ว 103 ปี (พ.ศ.2542) แต่ชื่อเสียงและเกียรติคุณท่านเป็นที่กล่าวขานถึงอยู่เสมอ วัตถุมงคลของท่านนั้นนับวันจะหายากขึ้นทุกที นั้นก็เพราะผู้ใช้ต่างประสพคุณอภินิหาร มากมาย จนอาจกล่าวได้ว่า ถ้าใครมีพระปิดตาและเครื่องรางของหลวงปู่เอี่ยมบูชาติดตัวแล้วไซร้ จะเสียชีวิตด้วยคมอาวุธเป็นไม่มี

กาลเวลาเปลี่ยนแปลงไปรวดเร็วความต้องการเสาะแสวงหาวัตถุมงคลของท่านกลับมากขึ้น ค่านิยมก็นับวันที่จะสูงโดยลำดับ ยังไม่มีท่าทีจะหยุดนิ่งหรือเสื่อมค่า สิ่งที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงคือ ความอมตะของหลวงปู่เอี่ยม “เพชรน้ำเอกแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา”

“คัดลอกมาจากหนังสือ ยอดพระเกจิ ฉบับรวมพระปิดตา...หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง จังหวัดนนทบุรี/รองผวจ.เปิดรังพระแท้ “พิสูจน์”ถึงแก่น ฉบับวันที่ ๑๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๒ ของคุณดิเรก ถึงฝั่ง อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี/ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์/สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดนนนบุรี,ประธานกรรมการสมานฉันท์ฯแห่งชาติ

“ตระกูลถึงฝั่ง”เป็นตระกูลที่เกี่ยวพันกับเรื่องราวของหลวงปู่เอี่ยมมาแต่อดีต และ “รองอำมาตย์โตต่วน ถึงฝั่ง” ผู้เป็นต้นตระกูล ก็เป็นคุณปู่ของคุณดิเรก ถึงฝั่ง ซึ่งเป็นผู้ที่มีพระปิดตาหลวงปู่เอี่ยม และวัตถุมงคลอื่นๆ ของหลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง มากที่สุดในประเทศไทย

คุณดิเรก ถึงฝั่ง ยังเป็นประธานในการดำเนินการจัดสร้าง พระแร่บางไผ่ วัดนครอินทร์ พ.ศ.๒๕๔๑ (รุ่นพระกริ่งแร่บางไผ่)

 

พระคาถาหลวงปู่เอี่ยม ปฐมนาม วัดสะพานสูง

พระคาถาบทนี้ของหลวงปู่เอี่ยม เป็นเมตตามหานิยม แคล้วคลาดภัยอันตรายต่างๆ จากสิ่งที่ไม่ดีและสิ่งชั่วร้ายที่มองไม่เห็น

ภะคะวาอิติปิผิด อุทธังอัทโธ อะระหัง อะระหัง

คาถาหลวงปู่เอี่ยม ปฐมนาม โสฬสมงคล แบบย่อ

นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (สวด 3 จบ)

นะโมปะฐะมะนามะ อาคันติมายะ อิติภะคะวา อุมะ อะจิตติ (สวด 3 จบ)

พระคาถาโสฬสมงคลแบบเต็ม

โสฬะสะมังคะลัญเจวะ  นะวะโลกุตตะระธัมมะตา

จัตตาโรจะมหาทีปา

ปัญจะพุทธามหามุนี  ตรีปิฏะกะธัมมักขันธา

ฉะกามาวะจะราตะถา

ปัญจะทัสสะกะเวสัจจัง  ทะสะมังสีละเมวะจะ

เตรัสสะธุตังคาจะ

ปาฎิหารัญจะทะวาทัสสะ เอกะเมรุจะ  สุราอัฎฐะ

ทะเวจันทังสุริยังสัคคา

  ทะเวจันทังสุริยังสัคคา

สัตตะโพชฌังคาเจวะ  จุททัสสะจักกะวัตติจะ

เอกาทะสะวิสะณุราชา

สัพเพเทวามัง  ปะลายังตุ  สัพพะทาเอเตนะ

มังคะละเตเชนะ  สัพพะโสตถี  ภะวันตะ    เมฯ


กล่าวให้ปรากฏ อุปเทห์โสฬส บันดาลชายหญิง ภาวนาทีหนึ่ง สองทีดีจริง สิบแปดทีดียิ่งมีผลานิสงค์ ชักลูกปะคำ ร้อยแปดเลิศล้ำ ให้ได้คาบทรง คงเกิดส่วนบุญ มีผลานิสงค์ พบแล้วอย่างง ไม่พบเร่งหา ผู้ใดไม่พบ บุญน้อยถอดถด เสียชาติเกิดมา เป็นคนขัดสน มืดมนต์หนักหนา พบแล้วท่านว่า ภาวนาประจำ เหมือนได้ดวงแก้ว แถมทองผ่องแผ้ว กุศลชักนำ สิ่งใดปรารถนา ภาวนาเช้าค่ำ กุศลเลิศล้ำ ประมูลพูนมา กันอุบาทว์จัญไร กันทั้งโรคภัย ปรากฏคาถา กลับจิตคิดเห็น เห็นอนัตตา มิอาจมาทำลายตัวเรา ภาวนากันภัย หัวค่ำที่หนึ่ง ประจำเที่ยงคืน และย่ำรุ่งเป็นสามที เกิดสวัสดี มีลาภทุกประการ อาหารการกิน ปรีเปรมเกษมสันต์ ภาวนาสามถึงเจ็ด เป็นสำเร็จการ เช้าค่ำสำราญ กว่าคนทั้งหลาย อายุวัณโณ บรมสุขโข ภัญโญทั้งปลาย ถ้าไฟไหม้มา ให้เสกข้าวสาร สาดหว่านหลังคา ลมพาพัดหวน อย่าได้สงกา ฝนตกลงมา ภาวนาป้องกัน ถ้าจะขายของ เสกน้ำประพรม สินค้าสารพัน ระบือลือลั่น พากันเข้ามา ค้าเรือเหนือใต้ เขียนคาถาไว้ แผ่นกระดาษปรารถนา เสกด้วยตัวเอง ปิดหัวนาวา นำของสินค้า ขายมีกำไร เป็นความเสกน้ำ ล้างหน้าทาแป้ง เสกเครื่องแต่งตน เสกหมากอย่านาน กินแล้วยาตรา ทืบเท้าสามที แปลกายบ่ายสู่ คู่ความตามที่ เป่าพ่นอย่าหนี พุ่งพล่านต้องเวทย์ มนต์คาถาพลัน ให้ภาวนา เสกน้ำล้างหน้า กันทั้งคุณไสย อุบาทว์จัญไร อัคคีโจรภัย ตามความปรารถนา

พระคาถาบทนี้  เป็นของหลวงปู่เอี่ยม  ปฐมนาม  วัดสะพานสูง  ปากเกร็ด  จ.นนทบุรี  ซึ่งท่านได้ใช้บทนี้  ปลุกเสกสร้างพระปิดตา  และ  ตะกรุดทำให้มีพุทธคุณมาก  จนเป็นที่ต้องการของผู้คนทั้งหลายตราบเท่าทุกวันนี้

 

สนใจชมพระเครื่องในร้านคลิ๊กที่นี่เลยครับ สิริถาวร พระเครื่อง

 



สินค้า/บริการ แนะนํา...
เหรียญคุ้มเกล้า เนื้อเงิน สร้างโรงพยาบาลภูมิพลฯ พิธีใหญ่กองทัพอากาศสร้าง ปี 2522 นิยมมาก 63
ราคา 8,060.00 บ.
พระกริ่งนิรันตราย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปี 2555 เนื้อสัมฤทธิ์ อุปกรณ์ครบ มีประสบการณ์ น่าสะสม
ราคา 2,660.00 บ.
พระบูชา หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน 2 ถอด เนื้อทองเหลืองรมมันปู หน้าตัก 5 นิ้ว รุ่นตัดลูกนิมิต วัดห้วยเขน
ราคา 5,600.00 บ.
เหรียญเสมาฉลุ หลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง หลังยันต์สี่ รุ่นรับเสด็จยกช่อฟ้ามหามงคล เนื้อเงิน ปี 2554
ราคา 3,599.00 บ.
องค์กรรมการ หลวงปู่ทวด พิมพ์ใหญ่ เนื้อว่าน ฝังตะกรุดนารายณ์แปลงรูป 2 ดอก หลังโรยแร่ อ.นอง ปี 2537
ราคา 1,660.00 บ.
เหรียญพระยันต์พระนเรศวรชนะศึก รุ่นผู้ชนะที่ 1 เนื้อนวโลหะ บล็อกขยับ หลวงปู่จอม หลวงปู่เสนาะ เสก
ราคา 4,560.00 บ.
พระบูชา ภปร. ปี 2508 วัดบวรนิเวศ หน้าตัก 5 นิ้ว สูง 10 นิ้ว เนื้อทองเหลืองรมดำ รุ่นเสริม
ราคา 3,900.00 บ.
พระกริ่งจักรตรี เนื้อนวโลหะ พุทธาภิเษก 16 ครั้ง พระดีพิธีใหญ่ ครบ 6 รอบ พระราชินี ปี 2547 องค์ที่ 29
ราคา 1,599.00 บ.
1 ใน 11 พิมพ์ที่หายากมากครับ หลวงพ่อเงิน บางคลาน รุ่นปืนแตก พิมพ์นิยมเศียรโต ปี 2528 สุดสวยสุดขลัง
ราคา 8,999.00 บ.
สุดยอดตะกรุดพระนเรศวรชนะศึก จารมือ เนื้อทองฝาบาตรถักเชือกลายธงชาติ รุ่นแรก รุ่นผู้ชนะที่หนึ่ง 9
ราคา 3,100.00 บ.
ชุดปฏิบัติธรรมสำหรับสุภาพสตรี ถวายแม่ชีก็ได้บุญกุศลแรง สวมใส่ปฏิบัติธรรมสวยงามและยิ่งได้บุญ
ราคา 2,000.00 บ.
รูปหล่อปั๊มหลวงพ่อเงิน ปี 15 วัดวังจิก พิมพ์มือนับแบงค์ เนื้อทองเหลือง ร่วมพิธีปี 15 สวยมาก สุดหายาก
ราคา 39,999.00 บ.
รูปเหมือนปั๊มหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน รุ่นน้ำท่วม พิมพ์คอแอลย้อนยุคปี 15 เนื้ออัลปาก้า สวยหายาก
ราคา 6,999.00 บ.
หายาก สวยที่สุด เหรียญเสมาหลวงพ่อทวด รุ่นนิรันตราย เนื้ออัลปาก้า พ่อท่านเขียว วัดห้วยเงาะ ปี 2552
ราคา 2,060.00 บ.
พระเครื่อง พระผงชุดของขวัญ ล.ป.ทวด ประทานพร 10 องค์ ปี 2550
ราคา 1,599.00 บ.
ผ้ายันต์นำฤกษ์พระพิราพ บรมครูเทพอสูรบันดาลทรัพย์ หลวงปู่กาหลง ปี 2550 น่าบูชาติดบ้านหรือร้านค้าครับ
ราคา 1,050.00 บ.
พระชุดหลวงปู่ทวด รุ่นตำหนักทอง หลวงปู่ทอง สุสังวโร วัดป่ากอสุวรรณาราม จ.สงขลา ปี2540 เลข ๗๒๗
ราคา 1,899.00 บ.
เทพสี่หูห้าตา หลวงปู่แขก วัดสุนทรประดิษฐ์ รุ่นมหาลาภปลดหนี้ เนื้อกระดิ่ง ยอดเครื่องรางแห่งโชคลาภ 10
ราคา 1,699.00 บ.
ตะกรุดสาริกา หลวงปู่เหรียญ วัดบางระโหง นนทบุรี เนื้อทองแดง ขนาด 1.5 นิ้ว เลี่ยมเดิม ทันหลวงปู่
ราคา 2,060.00 บ.
 
jramulet-สิริถาวร พระเครื่อง
eXTReMe Tracker


© 2001-2010. TARAD.com. All Rights Reserved.